ข้อดีของน้ำอัดลม
หลายคงอาจจะเคยได้ยินถึงข้อเสียของน้ำอัดลมว่าทำให้อ้วนบ้าง ทำให้ฟันผุบ้าง แต่จะรู้หรือไม่ ว่าของที่เขาว่ากันเสียๆ หายๆ อย่างนี้ก็มีประโยชน์เหมือนกัน เมื่อนำมาใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและถูกกับโรค
1. ช่วยบรรเทาอาการไอ
น้ำอัดลมมีต้นกำเนิดจากการผสมยาแก้ไอที่ผิดสูตร สังเกตุได้จากน้ำที่มีสีดำคล้ายยาแก้ไอและมีรสหวานชุ่มคอ เรียกได้ว่าความผิดพลาดครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดน้ำมหัศจรรย์ที่ใครหลายๆ คนชอบรสชาติของมันจนกินเข้าไปเกินขนาดและอ้วนในที่สุด แต่ถ้าหากจะใช้ให้ถูกวิธี ยาแก้ไอและน้ำอัดลมมีโครงสร้างที่เคมีที่คล้ายกันมาก แต่ต่างกันตรงที่น้ำอัดลมนั้นมีน้ำตาลและอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้เกิดฟองซ่าเข้าไป ดังนั้น ถ้าใครมีอาการไอหรือเจ็บคอ ก็สามารถจิบน้ำอัดลมเข้าไปทีละนิด เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองที่คอได้ แต่ทางที่ดี ถ้ามีเวลาก็ควรแวะไปให้คุณหมอตรวจดูอาการให้แน่ชัดเช่นกัน
2. ช่วยลดไข้
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อัดอยู่ในน้ำอัดลมนั้น เมื่อรวมตัวกับน้ำจะกลายเป็นกรดคาร์บอนิกที่สามารถกัดกร่อนหินปูนและฟันในปากของเราให้ผุได้ก็จริง แต่ก็เป็นยาลดไข้รสชาติดีในราคาถูกแสนถูกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้เช่นกัน โดยปกติแล้ว ถ้าเรามีไข้ก็สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลหรือยาเพนนิซิลินเพื่อลดไข้ได้ แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเพนนิซิน เพราะอาจมีเลือดออกใต้ชั้นผิวหนังและอวัยวะภายในได้ ทั้งนี้การเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิ หรือห่มผ้าหนาๆ ให้เหงื่อออกก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดไข้ หากใช้ทุกวิธีที่กล่าวมานี้แล้วไข้ยังไม่ลด ก็จำเป็นต้องพึ่งน้ำอัดลมในการลดไข้ เนื่องจากกรดคาร์บอนิกจะแตกตัวออกเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปฏิกริยยาเคมีในการแยกสารออกจากันเช่นนี้จะเกิดการดูดความร้อนเข้าไปก่อนจึงจะสลายตัวได้ การดื่มน้ำอัดลมเข้าไปในปริมาณเล็กน้อย จะช่วยทำให้อุณหภูมิภายในลดลง นอกจากนี้การนำกระป๋องน้ำอัดลมแช่เย็นมาประคบที่หน้าผาก ก็เป็นอีกวิธีในการลดความร้อนจากไข้ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากเป็นไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศา ก็ควรรับประทานยาที่ใช้สำหรับลดไข้สูงโดยเฉพาะ คือ ไอบูโพรเฟน ซึ่งแนะนำให้ใช้เฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น สำหรับเด็กถ้าจะใช้ยาตัวนี้ ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์โดยตรง
3. ช่วยลดอาการช็อค
เวลาที่ร่างกายขาดแร่ธาตุและน้ำ ไม่ว่าจะเกิดการอาเจียร เป็นลม หรือท้องเสีย การจิบน้ำอัดลมจะช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงเช่น การช๊อคได้ เพราะน้ำตาลกลูโคสในน้ำอัดลมจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีแรง นอกจากดียังเป็นการเติมน้ำให้กับร่างกายอีกวิธหนึ่ง ทั้งนี้เพราะกลูโคสเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่มีขนาดเล็ก เมื่อดื่มเข้าไปร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องร่วง เราอาจใช้น้ำอัดลมผสมกับเกลือแร่ หรือเกลือธรรมดาในปริมาณเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วค่อยๆ จิบ จะช่วยบรรเทาไม่ให้เกิดการช๊อคได้อีกทางหนึ่ง
และนี่ก็คือประโยชน์จากน้ำอัดลมที่คุณอาจไม่เคยรู้ เพราะเหรียญยังมีสองด้าน ของทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวเอง ขึ้นอยู่กับเราจะเรียนรู้และเปิดใจในการรักษาหรือไม่เท่านั้นเอง เนื่องจากยาที่เราใช้อยู่เป็นประจำก็มีผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีข่าวการทานยาแก้ปวดหรือทานยานอนหลับเกินขนาดแล้วเสียชีวิตตามหน้าหนังสือพิมพ์ให้เห็นอย่างแน่นอน
2. ช่วยลดไข้
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อัดอยู่ในน้ำอัดลมนั้น เมื่อรวมตัวกับน้ำจะกลายเป็นกรดคาร์บอนิกที่สามารถกัดกร่อนหินปูนและฟันในปากของเราให้ผุได้ก็จริง แต่ก็เป็นยาลดไข้รสชาติดีในราคาถูกแสนถูกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้เช่นกัน โดยปกติแล้ว ถ้าเรามีไข้ก็สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลหรือยาเพนนิซิลินเพื่อลดไข้ได้ แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเพนนิซิน เพราะอาจมีเลือดออกใต้ชั้นผิวหนังและอวัยวะภายในได้ ทั้งนี้การเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิ หรือห่มผ้าหนาๆ ให้เหงื่อออกก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดไข้ หากใช้ทุกวิธีที่กล่าวมานี้แล้วไข้ยังไม่ลด ก็จำเป็นต้องพึ่งน้ำอัดลมในการลดไข้ เนื่องจากกรดคาร์บอนิกจะแตกตัวออกเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งปฏิกริยยาเคมีในการแยกสารออกจากันเช่นนี้จะเกิดการดูดความร้อนเข้าไปก่อนจึงจะสลายตัวได้ การดื่มน้ำอัดลมเข้าไปในปริมาณเล็กน้อย จะช่วยทำให้อุณหภูมิภายในลดลง นอกจากนี้การนำกระป๋องน้ำอัดลมแช่เย็นมาประคบที่หน้าผาก ก็เป็นอีกวิธีในการลดความร้อนจากไข้ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากเป็นไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศา ก็ควรรับประทานยาที่ใช้สำหรับลดไข้สูงโดยเฉพาะ คือ ไอบูโพรเฟน ซึ่งแนะนำให้ใช้เฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น สำหรับเด็กถ้าจะใช้ยาตัวนี้ ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์โดยตรง
3. ช่วยลดอาการช็อค
เวลาที่ร่างกายขาดแร่ธาตุและน้ำ ไม่ว่าจะเกิดการอาเจียร เป็นลม หรือท้องเสีย การจิบน้ำอัดลมจะช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงเช่น การช๊อคได้ เพราะน้ำตาลกลูโคสในน้ำอัดลมจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีแรง นอกจากดียังเป็นการเติมน้ำให้กับร่างกายอีกวิธหนึ่ง ทั้งนี้เพราะกลูโคสเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่มีขนาดเล็ก เมื่อดื่มเข้าไปร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องร่วง เราอาจใช้น้ำอัดลมผสมกับเกลือแร่ หรือเกลือธรรมดาในปริมาณเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วค่อยๆ จิบ จะช่วยบรรเทาไม่ให้เกิดการช๊อคได้อีกทางหนึ่ง
และนี่ก็คือประโยชน์จากน้ำอัดลมที่คุณอาจไม่เคยรู้ เพราะเหรียญยังมีสองด้าน ของทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวเอง ขึ้นอยู่กับเราจะเรียนรู้และเปิดใจในการรักษาหรือไม่เท่านั้นเอง เนื่องจากยาที่เราใช้อยู่เป็นประจำก็มีผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีข่าวการทานยาแก้ปวดหรือทานยานอนหลับเกินขนาดแล้วเสียชีวิตตามหน้าหนังสือพิมพ์ให้เห็นอย่างแน่นอน
โทษของน้ำอัดลม
น้ำอัดลมกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะรู้สึกกระหาย อยากคลายร้อน หลายคนมักจะนึกน้ำอัดลมแทบทุกคนเรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ แต่ถึงแม้ว่าน้ำอัดลมจะดื่มแล้วทำให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้นแต่คุณหรือไม่ว่าโทษของน้ำอัดลมนั้น มีผลเสียกับร่างกายอย่างไรบ้างโดยเฉพาะกับผู้ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นชีวิตจิตใจแทบจะดื่มแทนน้ำเปล่าในแต่ละวันนั้นควรจะต้องอ่านเป็นอย่างยิ่งการดื่มน้ำอัดลมนั้นแน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะชอบดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ หรือน้ำอัดลมใส่น้ำแข็ง ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิปกติในร่างกายเรามากทำให้ประสิทธิในการย่อยอาหารน้อยลงหรือย่อยยากขึ้น
โทษของน้ำอัดลม
– ทำให้กระดูกพรุน ฟันผุ ทั้งนี้เพราะในน้ำอัดลมีกรดฟอสฟอริกซึ่งเกิดจากฟอสฟอรัสจากกำมะถัน ในเลือดของคนเรานั้นมีสัดสัดที่ต้องการแคลเซียม 2 ต่อ ฟอสฟอรัส 1 และเมื่อเราดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปจะทำให้เลือดของเรามีปริมาณฟอสฟอรัสมากเกินไปทำให้เกิดการเสียสมดุลทำให้ร่างกายจะต้องไปดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ เมื่อกระดูกขาดแคลเซียมไปจึงทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้คาเฟอีนที่อยู่ในน้ำอัดลมนั้นทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้นจึงทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมจากการปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น
– โรคอ้วน ปริมาณน้ำตาลที่เราควรรับประทานต่อวันคือ 24 กรัม แต่ในน้ำอัดลม1 กระป๋องมีน้ำตาลมากถึง 30 กรัม เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเพราะได้รับปริมาณน้ำตาลเข้าไปในร่างกายมากเกินไปซึ่งอาจจะทำให้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน ดังนั้นควรลดการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวานให้น้อยลงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของคุณ
– กรดคาร์บอนิกในน้ำอัดลม ซึ่งเป็นกรดที่ทำให้น้ำอัดลมมีฟอง ซ่า กรดคาร์บอนิกนั้นสามารถย่อยมีฤทธิ์กัดกร่อยย่อยสลายหินปูนได้ ฉะนั้นกรดคาร์บอนิกจึงสามารถทำให้ฟันผุและกระดูกพรุนได้เช่นกัน
– นอนไม่หลับ ใจสั่น มือสั่น เนื่องจากฤทธิ์ของคาเฟอีนที่เป็นองค์ประกอบในน้ำอัดลมไปกระตุ้นระบบประสาทนั่นเอง
– ท้องอืด ปวดท้อง แน่นท้อง เป็นโรคกระเพาะ
– โรคอ้วน ปริมาณน้ำตาลที่เราควรรับประทานต่อวันคือ 24 กรัม แต่ในน้ำอัดลม1 กระป๋องมีน้ำตาลมากถึง 30 กรัม เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเพราะได้รับปริมาณน้ำตาลเข้าไปในร่างกายมากเกินไปซึ่งอาจจะทำให้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน ดังนั้นควรลดการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวานให้น้อยลงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของคุณ
– กรดคาร์บอนิกในน้ำอัดลม ซึ่งเป็นกรดที่ทำให้น้ำอัดลมมีฟอง ซ่า กรดคาร์บอนิกนั้นสามารถย่อยมีฤทธิ์กัดกร่อยย่อยสลายหินปูนได้ ฉะนั้นกรดคาร์บอนิกจึงสามารถทำให้ฟันผุและกระดูกพรุนได้เช่นกัน
– นอนไม่หลับ ใจสั่น มือสั่น เนื่องจากฤทธิ์ของคาเฟอีนที่เป็นองค์ประกอบในน้ำอัดลมไปกระตุ้นระบบประสาทนั่นเอง
– ท้องอืด ปวดท้อง แน่นท้อง เป็นโรคกระเพาะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น